knowledge

วิธีการทำความสะอาดเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายนั้นเป็นสิ่งจำเป็น เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายจะสวยงามคงสภาพได้ยาวนานถ้าเรารู้จักดูแลรักษา รู้จักใช้วัสดุเพื่อการซักฟอกอย่างถูกวิธี ดังนี้

ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและดูแลรักษาเสื้อผ้า

ผลิตภัณฑ์ในการทำความสะอาดมีหลายชนิด เช่น ผงซักฟอก น้ำยาซักฟอก สารฟอกขาว น้ำยาปรับผ้านุ่ม เป็นต้น ซึ่งผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีมากมายหลายยี่ห้อ เมื่อเลือกใช้ควรศึกษาคำอธิบายจากฉลากข้างกล่องให้เข้าใจและปฏิบัติตามคำแนะนำนั้น ซึ่งในบางครั้งต้องทดลองใช้จึงจะสามารถวิเคราะห์คุณภาพของผลิตภันฑ์นั้นๆได้ สำหรับผลิตภัณฑ์ซักฟอกที่นิยมใช้ มีดังนี้

1. สารซักฟอก สารซักฟอกที่เป็นทั้งผงและเป็นน้ำ ได้แก่ ผงซักฟอกและน้ำยาซักฟอก ใช้สำหรับซักผ้าหรือทำความสะอาดอื่นๆ มีขายอยู่ทั่วไปทั้งชนิดเป็นผงและเป็นน้ำ ก่อนการเลือกใช้ควรศึกษาฉลากข้างกล่องก่อน และปฏิบัติตามคำแนะนำในฉลากนั้นอย่างเคร่งครัด เพื่อประสิทธิภาพในการใช้งาน และช่วยให้เสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายที่ทำความสะอาดคงสภาพเดิมไม่เสียหาย

2. สารปรับผ้านุ่ม สารปรับผ้านุ่มเป็นสารที่มีส่วนผสมของน้ำมันช่วยเคลือบผืนผ้า ลดความกระด้างของผ้า และช่วยลดการดูดซึมของน้ำ ควรใช้เมื่อจำเป็นหรือนานๆครั้งหรือหลังจากการซักทุก2-3 ครั้ง

3. สารฆ่าเชื้อโรค นิยมนำมาทำความสะอาดเสื้อผ้า เช่น น้ำมันสน สารฟอกขาว คลอรีน นิยมใช้ซักผ้าในห้องน้ำ ซักผ้าผู้ป่วยเป็นต้น

4. สารเพิ่มความขาวและสดใสของผ้า สารเพิ่มความสดใสของผ้าในสารซักฟอกส่วนมากจะใส่สารนี้ไว้ แต่ถ้าเป็นผ้าที่เราต้องการให้ดูสดใสยิ่งขึ้น ให้ใช้ครามซึ่งเป็นสารเคมีชนิดหนึ่ง ที่ช่วยเพิ่มความสดใสของผ้าขาวและมีขายอยู่ทั่วไป โดยนำครามไปผสมกับน้ำสุดท้ายเวลาซัก

5. สารตกแต่งผ้าให้แข็ง นิยมใช้กับผ้าที่ต้องการความคงรูป เช่นผ้าฝ้าย ผ้าไหม โดยการลงแป้งหรือเยลลี่หลังการซักผ้าน้ำสุดท้าย หรืออาจใช้แป้งสเปรย์สำเร็จรูปฉีดก่อนการรีดผ้า เมื่อรีดเสร็จแล้วนำผ้ามาฉีดด้วยสเปรย์จะแข็งเรียบ สวยงาม เหมือนผ้าที่ลงแป้ง

6. สารกำจัดร้อยเปื้อน สำหรับสารกำจัดรอยเปื้อนนั้น ไม่มีสารชนิดใดที่สามารถกำจัดรอยเปื้อนได้ทุกชนิด และสารบางชนิดจะทำลายเนื้อผ้า เช่น สารประเภทกรด จะทำลายผ้าที่ท้อจากใยพืช ดังนั้น ในการใช้สารกำจัดรอยเปื้อน ควรรู้จักคุณสมบัติของสารชนิดนั้นเพื่อการเลือกใช้อย่างเหมาะสม
 • ด่างและกรด เป็นสารกำจัดร้อยเปื้อนที่ควรนำมาใช้ในเฉพาะที่ เป็นสารละลายอย่างอ่อน เช่น น้ำส้มสายชู ด่างอย่างอ่อน เช่น โซดาไบคาร์บอเนต แอมโมเนีย ซึ่งในการทำความสะอาดด้วยกรดและด่างนั้น เมือทำความสะอาดเสร็จแล้วจะต้องนำผ้าไปซักให้สะอาดทุกครั้ง
• สารฟอกขาว สารฟอกขาวที่นำมากำจัดรอยเปื้อนมีอยู่หลายชนิด เวลาใช้ต้องระมัดระวังเพื่อไม่ให้สารเหล่านี้ทำลายเนื้อผ้า สารฟอกขาวที่ใช้กำจัดรอยเปื้อน มีดังนี้
      • สารฟอกขาวคลอรีน หรือโซเดียมไฮเปอร์คลอไรค์ เป็นสารฟอกขาวที่ใช้กันทั่วไปมักใช้กับผ้าฝ้าย ลินิน ไม่ควรใช้กับผ้าไหม ผ้าขนสัตว์ เมื่อใช้อย่าทิ้งไว้นาน ควรรีบล้างออกด้วยน้ำแล้วหยดกรดออกซาลิกลงไปที่รอยเปื้อน เพื่อทำให้คลอรีนซึ่งเป็นด่างเกิดความเป็นกลางก่อนนำผ้าไปซักทั้งคืน
      • โซเดียมเปอร์บอเรตและกรดออกซาลิก เป็นสารที่ใช้กำจัดรอยเปื้อนของสนิมเหล็กและหมึกได้ดี สารฟอกขาวชนิดนี้จัดว่ามีอันตรายน้อยที่สุด แต่ต้องระวังการทำปฎิกิริยากับสีย้อมผ้า และไม่ควรใช้กรดออกซาลิกกับผ้าไหม
      • โซเดียมไฮโดรซัลไฟล์ เป็นสารกำจัดรอยเปื้อนของรา หมึก สนิมเหล็ก น้ำผลไม้สีโดยใช้โซเดียมไฮโดรซัลไฟล์ ๑ ช้อนชา ผสมกับน้ำ ๑แก้ว แล้วให้รีบล้างออก และไม่ควรใช้สารนี้กับผ้าไหม
      • ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ เป็นสารฟอกขาวชนิดอ่อน และสารนี้จะใช้ได้ดีเมื้อใช้แอมโมเนียผสม สามารถใช้ได้กับผ้าทุกชนิด
• สารละลาย สารกำจัดรอยเปื้อนประเภทสารละลาย ได้แก่ น้ำมันสน เบนซิน อีเทอร์ โรเอทีลีน และแอลกอฮอล์ ใช้สำหรับกำจัดรอยเปื้อนประเภทที่มีส่วนผสมของน้ำมันและไขมันเวลาใช้ควรใช้สำลีชุบและทดลองเช็ดด้านในของผ้าก่อน เช่น ตะเข็บ แนว พับ เป็นต้น เพื่อให้แน่ใจว่าไม่เป็นอันตรายต่อเนื้อผ้าจึงค่อยทำการเช็ดรอยเปื้อนนั้น

วิธีการกำจัดรอยเปื้อน

การกำจัดรอยเปื้อนเป็นการทำผ้าให้สะอาดโดยเฉพาะผ้าที่สกปรกหรือเปื้อนเฉพาะที่ให้สะอาดก่อนการซัก สำหรับการลบรอยเปื้อนควรพิจราณาว่ารอยเปื้อนนั้นเป็นรอยเปื้อนที่เกิดจากอะไรและควรเลือกใช้สารให้ถูกต้องตามชนิดของรอยเปื้อนนั้นๆ นอกจากนี้ การลบรอยเปื้อนนั้นควรคำนึงถึงชนิดของผ้าเพราะว่าเสื้อผ้าบางชนิดเมื่อถูกสารเคมี อาจทำให้เนื้อผ้าเสียหายหรือขาดได้ ในขั้นแรกควรทดสอบกับผ้าส่วนที่อยู่ด้านในก่อน เช่น ตะเข็บ รอยพับ เมื่อแน่ใจว่าสารลบรอยเปื้อนที่ใช้ไม่ทำให้ผ้าเสียหาย จงลงมือปฏิบัติลบรอยเปื้อนนั้น โดยการทำอย่างเบาๆ และใช้สารอย่างเจือจางหลายครั้งดีกว่าการทำครั้งเดียว และควรทำอย่างระมัดระวัง รอยเปื้อนที่พบเห็นกันอยู่บ่อยๆ ในชีวิตประจำวัน มีดังนี้

1. รอยเปื้อนหมึกดำ ถ้าเป็นรอยเปื้อนใหม่ๆ ให้ขยี้ในน้ำผสมสารซักฟอก ถ้ายังมีรอยเปื้อนตกค้างอยู่ให้ใช้กรดออกซาลิกผสมน้ำ หรือใช้ไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ โดยแช่เฉพาะส่วนที่เปื้อน บีบมะนาวลงไปให้ชุ่ม ทิ้งไว้ประมาณ 2 นาที และนำไปผึ่งแดดประมาณ 3 ชั่วโมง แล้วจึงนำไปซักตามวิธีปกติ

2. รอยเปื้อนลิปสติก เช็ดด้วยคาร์บอนเตตราคลอไรด์ โดยกลับเอาด้านในออกด้านล่างรองด้วยผ้าฝ้ายซึมน้ำได้ดี และเช็ดทางด้านผิด แล้วนำไปซัก ด้วยน้ำร้อนผสมผงซักฟอก

3. รอยเปื้อนชา กาแฟ ถ้ารอยเปื้อนยังไม่แห้ง ให้นำแป้งข้าวจ้าว แป้งข้าวเหนียวหรือแป้งฝุ่นโรยลงบนรอยเปื้อน เพื่อให้แป้งดูดซับรอยเปื้อนและทิ้งไว้ให้แห้ง ใช้แป้งปัดแป้งออกแล้วนำไปซักด้วยสารซักฟอกตามปกติหรือถ้าเป็นผ้าไหมหรือขนสัตว์ ให้เช็ดด้วยไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ก็ได้

4. รอยเปื้อนเลือด ถ้าเป็นผ้าฝ้ายหรือลินินให้แช่น้ำ และใช้แอมโมเนียเจือจางเช็ดแล้วนำไปซัก หรือใช้แป้งมันผสมน้ำให้เข้มเหมือนแป้งเปียก ทาตรงส่วนรอยเปื้อน ทิ้งไว้ประมาณ ๔ ชั่วโมง แป้งมันจะทำหน้าที่ดูดซับรอบเปื้อน และนำไปซักตามปกติ

5. รอยเปื้อนหมากฝรั่ง ให้ใช้น้ำแข็งถูให้หมากฝรั่งจับตัว และใช้สันมีดขูดออก แล้วเช็ดด้วยสารละลายเปอร์คลอโรเอทิลีนหรือคาร์บอนเตตราคลอไรด์ หรือสารละลายอื่น

6. รอยเปื้อนน้ำผลไม้ กำจัดรอยเปื้อนด้วยสารฟอกขาวไฮเปอร์คลอไรด์หรือไฮโดรเจนเปอร์ออกไซด์ หรือแช่ในน้ำร้อนแล้วซักด้วยสารซักฟอกตามปกติ

7. รอยเปื้อนน้ำมัน เช็ดออกด้วยเปอร์คลอโรเอทิลีนและซักในน้ำสบู่ หรือสารละลายอื่น หรือใช้ผ้าขนหนูหรือผ้าฝ้ายที่ดูดซึมน้ำได้ดีรองด้านล่าง แล้วเทคาร์บอนเตตราคลอไรด์ลงไปที่รอยเปื้อนแล้วเช็ดด้วยสำลีหรือผ้าแห้ง และนำไปซักกับน้ำอุ่นที่ผมสารซักฟอก

8. รอยเปื้อนไอศกครีม ให้เช็ดออกด้วยแอลกอฮอล์หรือต้มในน้ำผสมสารละลายโซเดียมไทโอซัลเฟต หรือนำไปซักในน้ำอุ่นผสมด้วยผงซักฟอก ถ้ายังเช็ดไม่หมดให้ใช้คาร์บอนเตตราคลอไรด์

9. รา ใช้ผงชอล์กละลายน้ำทิ้งไว้ แล้วนำไปซักโดยวิธีปกติ หรือเช็ดออกด้วยสารฟอกขาวไฮเปอร์คลอไรด์

10. นม ครีม เช็ดออกด้วยสารฟอกขาวไฮเปอร์คลอไรด์ และซักในน้ำอุ่นผสมสารซักฟอก

11. ยางผลไม้ ให้ใช้สารส้มถูบริเวณรอยเปื้อน และนำไปซักด้วยสารซักฟอก

การซักผ้า

การซักเป็นการทำความสะอาดสิ่งสกปรกออกจากเสื้อผ้า สำหรับการซักผ้าให้ถูกวิธีควรปฎิบัติตามดังนี้

1. ก่อนการซักผ้า ให้ล้วงกระเป๋าเสื้อ กระเป๋ากางเกงทุกตัว หากมีวัตถุสิ่งของตกค้างอยู่ให้เอาออกจากกระเป๋า หากมีเสื้อที่ชำรุดให้แยกออก และทำการซ่อมแซมให้เรียบร้อยก่อนนำไปซัก

2. แยกผ้าขาว ผ้าสี ออกจากกัน เสื้อเด็กและเสื้อผู้ใหญ่ควรแยกซัก เพราะเสื้อเด็กสกปรกมากกว่าเสื้อผู้ใหญ่

3. นำน้ำเปล่าผสมสารซักฟอกอย่างอ่อนใส่กะละมัง แช่ผ้าทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที โดยแยกระหว่างผ้าสีและผ้าขาว เพื่อให้น้ำผสมสารซักฟอกซึมเข้าไปในเนื้อผ้าและใยผ้าคายความสกปรกออกมา ในการแช่ผ้าไม่ควรนำกางเกงใน ถุงเท้า แช่ปนกับเสื้อ

4. ขยี้หรือแปรงเสื้อผ้าให้ทั่ว ส่วนที่สกปรกมากได้แก่ ปกเสื้อ ส่วนพับปลายแขน ขอบกางเกง ปากกระเป๋าให้แปรงขยี้จนสะอาด

5. บีบผ้าเอาน้ำสารซักฟอกออกมาควรบิดผ้าแรงๆ

6. ซักผ้าที่แปรงแล้ว 3-4 ครั้ง จนหมดน้ำสารซักฟอก
ในปัจจุบันการซักผ้าสามารถทำได้ 2 วิธี คือ ซักด้วยมือและซักด้วยเครื่องซักผ้า โดยมีวิธีการซักที่แตกต่างกันดังนี้

• การซักผ้าด้วยมือ เป็นการซักผ้าที่มีมาตั้งแต่ดั้งเดิม เป็นวิธีซักผ้าที่ต้องออกแรงขยี้หรือแปรงผ้าที่ซัก เหมาะสำหรับผ้าที่ต้องการดูแลเป็นพิเศษหรือผ้าที่สกปรกมาก แต่วิธีนี้ใช้เวลา แรงงานมากกว่าซักด้วยเครื่องซักผ้าซึ่งข้อดีของการซักผ้าด้วยมือ คือ สามารถทำความสะอาดเฉพาะส่วนได้ดี สำหรับเครื่องมืออุปกรณ์ที่ใช้ในการซักผ้าโดยทั่วไปแล้วในการซักผ้าด้วมือจะใช้เครื่องมืออุปกรณ์ดังนี้
    • ถังหรืออ่างสำหรับแช่และซักผ้าอย่างน้อย 2 ใบ
    • แปรงซักผ้า ใช้แปรงผ้าในส่วนที่สกปรกมาก เช่น ปกเสื้อ ขอบแขน เป็นต้น
    • กระดานแปรงผ้า ให้ใช้คู่กับแปรงสำหรับรองผ้าขณะแปรงผ้า
    • สารซักฟอก ได้แก่ ผงซักฟอก สบู่ และสารฟอกขาวใช้ซักผ้าโดยสารฟอกขาวจะใช้ในกรณีซักผ้าขาว หรือผ้าสกปรกที่ต้องการฟอกเฉพาะส่วน
    • สารแต่งผ้า ได้แก่ คราม แป้งลงผ้า เยลลี่
- คราม ใช้สำหรับแต่งสีผ้าขาวให้สดใส ทำได้โดยนำครามละลายกับน้ำ และนำผ้าที่ซักสะอาดแล้วไปแช่และขยำในน้ำครามให้ทั่ว บิดและนำไปตาก
- แป้งลงผ้า ใช้สำหรับลงผ้าให้มีความคงรูป ใช้ได้ทั้งผ้าสีและผ้าขาวโดยทั่วไปแล้วจะใช้กับผ้าฝ้าย ผ้าไหม โดยใช้แป้งมันสำปะหลังต้มกับน้ำ พอน้ำแป้งสุกจะมีลักษณะข้นใส และก่อนที่จะนำไปลงผ้าควรกรองน้ำแป้งด้วยผ้าขาวบาง เพื่อนำเศษฝุ่นละอองและแป้งที่จับเป็นลูกออกจากน้ำแป้ง น้ำแป้งไม่ควรให้ข้นมาก พอแป้งสุกให้นำมาผสมน้ำคนให้ทั่ว แล้วนำผ้าลงแช่ให้ทั่ว จึงบิดและนำไปตาก
- เยลลี่ลงผ้า ใช้สำหรับตกแต่งผ้าให้คงรูปเช่นกัน มีขายอยู่ทั่วไปมีบักลักษณะเป็นแผ่นบางเป็นเส้น วิธีการแต่งผ้าให้นำไปต้มผสมกับน้ำและกรองเช่นเดียวกับแป้งลงผ้า

• การซักผ้าด้วยเครื่องซักผ้า การซักผ้าด้วยเครื่องซักผ้าในปัจจุบันนิยมกันมาก เพราะว่าช่วยประหยัดเวลาและพลังงาน มีอยู่หลายรูปแบบ เหมาะสำหรับผ้าที่ไม่พิถีพิถันในการซักหรือผ้าที่สกปรกมาก แต่ถ้าต้องการซักผ้าที่สกปรกมากให้สะอาด ก่อนการใช้เครื่องซักผ้าควรแปรงหรือขยี้ผ้าด้วยมือ หรือทาด้วยน้ำยาขจัดรอยเปื้อน เฉพาะส่วนที่สกปรกมาก เช่น ปก ปลายแขน เป็นต้น การใช้เครื่องซักผ้าต้องหมั่นเช็ดทำความสะอาด และจะต้องปฎิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด เพื่อยืดอายุการใช้งานของเสื้อผ้าได้ยาวนาน สำหรับวิธีการในการซักผ้าควรปฎิบัติดังนี้
    • ก่อนการซักผ้า ให้ตรวจดูกระเป๋าเสื้อ กระเป๋ากางเกงทุกตัว หากมีวัตถุสิ่งของตกค้างอยู่ให้เอาออก
    • กลับเสื้อผ้าทุกตัวโดยเอาด้านในออกก่อนการซักผ้า
    • เพื่อให้ผ้าสะอาดอย่างทั่วถึงควรทำความสะอาดด้วยมือ หรือผสมสารซักฟอกเฉพาะที่ก่อนการซักด้วยเครื่อง เช่น ปกเสื้อ ขอบปลายแขนเสื้อ เป็นต้น
    • นำผ้าใส่ลงในเครื่องซักผ้าตามขนาดละความจุ หรือน้ำหนักที่บอกรายละเอียดไว้
    • นำสารซักฟอกและสารอื่นๆ ใส่ในเครื่องซักผ้า ตามข้อแนะนำของเครื่องซักผ้าแต่ละชนิด
    • เพื่อให้เสื้อผ้าสะอาดยิ่งขึ้น ควรแช่ผ้าทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที เช่นเดียวกันกับการซักด้วยมือ
    • ตั้งรายการซักผ้าตามคำแนะนำของเครื่องซักผ้า
    • เมื่อซักเสร็จแล้ว ให้นำผ้าออกจากเครื่องซักผ้า

• การซักผ้าขาว ในการซักผ้าขาวควรแยกซักแบบผ้าสีเพราะว่าถ้าซักรวมกันกับผ้าสีจะทำให้ผ้าขาวสีหมองคล้ำ หรือมีสีด่างดำจากสีของผ้าสีได้ ซึ่งในการซักควรปฎิบัติดังนี้
    • นำน้ำเปล่าหรือน้ำผสมผงซักฟอกอ่อนๆใส่กะละมัง แช่ทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที
    • ศึกษาคุณสมบัติของผ้าก่อนทำการซัก ผ้าบางชนิดผสมใยสังเคราะห์ เมื่อถูกสารฟอกขาวจะเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีเหลืองหรือสีน้ำตาลอ่อน ผ้าบางชนิดเมื่อขยี้แรงๆหรือถูไปมาแรงๆเนื้อผ้าจะเสียรูปทรงดังนั้น ควรทดลองโดยใส่เศษผ้าหรือหากไม่มีก็ทดลองโดยใช้เสื้อผ้าส่วนที่มองเห็นไม่ชัดเจนเมื่อสวมใส่เช่นใต้วงแขน สาบเสื้อด้านใน เป็นต้น
    • สำหรับเสื้อผ้าที่สามารถแปรงได้ ให้ใช้แปรงเบาๆหลายครั้งในส่วนที่สกปรกมากให้ทั่ว ถ้าเป็นเสื้อเชิ้ตผู้ชายควรใช้วิธีแปรง ถ้าใช้วิธีขยี้จะทำให้ปกเสื้อเสียรูปทรง และในการแปรงผ้าถ้าแปรงแรงมากจะทำให้ผ้าขาดง่ายและเสียรูปทรง ส่วนผ้าที่เนื้อบางให้ใช้วิธีขยำ ถ้าจำเป็นต้องขยี้จะต้องขยี้ให้เบามือที่สุด
    • เมื่อซักสะอาดโดยการซักให้หมดสารซักฟอกแล้ว จึงลงสารแต่งผ้าตามต้องการและนำไปตากแดดโดยกลับเอาด้านในออก
• การซักผ้าสี ควรปฏิบัติดังนี้
    • เพื่อป้องกันสีตกและทำให้ผ้ามีสีสดใสขึ้น ให้นำน้ำเปล่าผสมเกลือ คนให้เกลือละลาย และนำผ้าลงแช่ประมาณ๑ชั่วโมงโดยใช้น้ำประมาณ๔ลิตร ต่อเกลือ๑ช้อนโต๊ะ
    • นำผ้าไปแช่ในน้ำผสมสารซักฟอกอ่อนๆในกะละมัง แช่ทิ้งไว้ประมาณ ๑๕-๒๐ นาที
    • ซักวิธีเดียวกันกับการซักผ้าขาว แต่ไม่ต้องลงคราม ส่วนการตกแต่งผ้าให้แข็งก็สามารถทำได้ตามต้องการ
    • การตากผ้าสี ไม่ควรตากแดดจัด เพราะจะทำให้ผ้าสีซีดเร็ว ควรตากในที่ลมโกรกหรือที่มีแดดรำไร และกลับเอาผ้าด้านในออกเช่นเดียวกัน


ที่มา
http://ecurriculum.mv.ac.th/techno/m4/sara1/ban/nangban/th/li2.html

พอดีว่าไปเจอมาในห้องงานฝีมือของ Pantip เลยเอามาฝากสาวๆที่นี่ด้วยค่ะ (หนุ่มๆอ่านไว้ใช้เวลาไปช็อปปิ้งกับสาวๆก็ได้นะค่ะ ^^)

" สนุกกับการช้อป มีสติทุกครั้งที่จับจ่ายนะจ้า "





















ข้อคิดเห็นเพิ่มเติม

ถ้าท่านจิตไม่แข็งพอ อย่าพกเงินไปเยอะเพราะมันจะทำให้คุณซื้อทุกอย่างทันที่ที่เห็นมัน ประหนึ่งว่าวิญญาณกุลสตรีไทยเข้าสิง สุดท้ายมันจะถูกหมกไว้ในตู้

ก่อนจะเข้าร้านใด หรือจะเลี้ยวเข้าซอยย่อยๆ ที่มีร้านรวงแยกออกไปอีกให้ท่านมองไปยังร้านข้างหน้าแล้วหาจุดเด่นๆ เพื่อจดจำเช่น ป้ายภาษาจีน ร่มสีฟ้า เพราะเมื่อท่านออกมาจากการช๊อปสุดมัวมัน ท่านอาจเกิดอาการมึนงง และหลงทิศ
ตาย 5 ตูจะไปทางซ้าย หรือไปทางขวาดี ละทีนี้

ปล. อย่าจำ รถเข็นของเจ๊ขายลูกพรุน เพราะแกจะเข็นไปเรื่อย(แกเอาถุงใหญ่มาหลอกขายด้วย ถ้าจะซื้อต้องถามให้ดีก่อน)

ต้องจดจำไว้เสมอว่า สำเพ็ง ซอยเล็กๆที่มีคนเดินขวักไขว่ ให้ท่านตัดสินใจเร็วหน่อย ว่าจะเข้าร้านที่ท่านเห็นดีหรือไม่ อย่ามัวแต่ยืนคิดหน้าร้านว่า อืมมมมม พี่สาวของแม่เพื่อน ที่เป็นเพื่อนของพ่อ บอกว่าอยากจะทำกระเป๋าควิลล์เล็กๆ ซักใบ ชั้นจะเข้าไปเลือกดูผ้าลายพิกุลร่วงหมุนปลิวรอบต้นทุเรียน พับนั้นดีรึเปล่าน้อออออ...อันนี้ไม่ถูกต้อง เพราะคนที่เดินตามหลังท่านมาอีกเป็นขบวนเค้าต้องหยุดคิดตามท่านไปด้วย ให้ท่านรีบเบี่ยงตัวเข้าร้านนั้นไปก่อน

สุดท้าย คนเยอะร้อนด้วย รักษากลิ่นเต่ากันบ้างจะดีมากๆเลย มึนจากการเสียตังค์แล้ว อย่าให้มึนกับกลิ่นไม่พึงประสงค์อีกเลย

ฝากนิดนึง

UyPP 

ช่วยกดที่มังกรด้วยนะคะ (ลูกเค้าจะได้โตไวๆ) ขอบคุณมากค่ะ


ที่มาดีๆจาก คุณ eurasia
คลังกระทู้ห้องงานฝีมือ